บ้านและคอนโดมือสองไม่มีโครงการคอยตามแก้งานให้เหมือนบ้านใหม่ สิ่งที่เจอหลังโอนจึงกลายเป็นภาระของคุณเอง การตรวจให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อจึงสำคัญกว่ามาก หน้านี้รวมจุดที่ต่างจากการตรวจบ้านใหม่โดยเฉพาะ
1. งานระบบที่เสื่อมตามอายุ
ตู้ไฟและสายไฟเก่าอาจไม่มีสายดิน หรือรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่ไม่พอ ทดสอบปลั๊กทุกจุดและดูสภาพตู้เมน
เครื่องทำน้ำอุ่น ปั๊มน้ำ และแอร์ที่ติดมากับห้องมักผ่านการใช้งานมาหลายปี เปิดทดสอบจริงทุกตัว
ดูแรงดันน้ำและสีน้ำ ท่อเก่าอาจตันหรือมีตะกอน
2. การรั่วซึมและความชื้นสะสม
คราบน้ำและเชื้อราที่ฝ้า มุมผนัง และรอบหน้าต่าง เป็นร่องรอยการรั่วซึมที่สะสมมานาน
พื้นห้องน้ำและระเบียงที่ใช้มานานอาจมียาแนวเสื่อมและน้ำซึมลงใต้กระเบื้อง ราดน้ำทดสอบการระบาย
ถ้าตรวจช่วงหน้าฝนจะเห็นรอยรั่วชัดกว่า โดยเฉพาะห้องริมและชั้นบนสุด
3. การต่อเติมและดัดแปลงของเจ้าของเดิม
ครัว ห้องน้ำ หรือพื้นที่ที่ต่อเติมเพิ่ม อาจไม่ได้ทำตามแบบหรือไม่มีระบบกันซึมที่ดี
ผนังที่ถูกทุบหรือเจาะเพิ่ม ควรดูว่ากระทบโครงสร้างหรือการกันเสียงระหว่างห้องไหม (สำคัญในทาวน์เฮาส์)
ระเบียงหรือหลังคาที่ต่อเติม มักเป็นจุดเริ่มของการรั่วซึม
4. สภาพส่วนกลางและเอกสาร (คอนโด)
ดูสภาพลิฟต์ ที่จอดรถ ระบบรักษาความปลอดภัย และพื้นที่ส่วนกลางว่าได้รับการดูแล
สอบถามค่าส่วนกลางค้างชำระของห้องนั้น และสถานะกองทุนของนิติบุคคล
5. ใช้ผลตรวจต่อรองราคา
ทำรายการจุดที่ต้องแก้พร้อมรูป ใช้เป็นข้อมูลต่อรองราคาหรือขอให้ผู้ขายแก้ก่อนโอน
งานระบบที่ต้องเปลี่ยนใหม่ (ไฟ ประปา แอร์) มีต้นทุนสูง ควรประเมินก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจบ้านมือสองต่างจากบ้านใหม่ยังไง?
บ้านใหม่เน้นจับงานก่อสร้างที่โครงการต้องแก้ ส่วนบ้านมือสองเน้นงานระบบที่เสื่อมตามอายุ การรั่วซึมสะสม และการต่อเติมของเจ้าของเดิม เพราะไม่มีโครงการให้ตามแก้หลังโอน
บ้านมือสองยังต้องจ้างทีมตรวจไหม?
ยิ่งควร เพราะงานที่เสื่อมหรือซ่อนอยู่จับด้วยตาเปล่ายาก ทีมที่มีเครื่องมือเช่นกล้องถ่ายภาพความร้อนและเครื่องวัดความชื้นช่วยเห็นปัญหาก่อนซื้อ อ่านเพิ่มใน เครื่องมือตรวจรับบ้าน มีอะไรบ้าง
เจอปัญหาเยอะ ควรซื้อต่อไหม?
ขึ้นกับว่างานที่ต้องแก้คุ้มกับราคาหรือไม่ ใช้รายการตรวจเป็นข้อมูลต่อรองหรือประเมินค่าซ่อมก่อนตัดสินใจ