ควรตรวจห้องให้ละเอียดก่อนเซ็นรับมอบ ถ้าเจอจุดที่ต้องแก้ตอนนี้ โครงการต้องแก้ให้ก่อนโอน แต่ถ้าโอนไปแล้ว การตามให้มาแก้จะยากกว่ามาก เช็คลิสต์นี้แบ่งตามหมวดงาน ใช้ไล่ดูทีละห้องได้
1. โครงสร้างและพื้นผิว
ดูรอยร้าวที่ผนัง เสา และฝ้าเพดาน โดยเฉพาะรอยร้าวแนวเฉียงที่มุมประตู-หน้าต่าง
เคาะผนังและกระเบื้อง ถ้าได้ยินเสียงโปร่งแปลว่ากระเบื้องร่อน แล้ววางลูกแก้วหรือใช้ระดับน้ำดูว่าพื้นเอียงหรือเป็นแอ่งไหม
เช็คการปูกระเบื้อง ยาแนว และขอบบัวว่าเรียบเสมอกัน
2. ระบบไฟฟ้า
ทดสอบสวิตช์และปลั๊กทุกจุดด้วยไขควงวัดไฟหรือที่ทดสอบปลั๊ก ดูว่าต่อสายถูกขั้วและมีสายดิน
ลองเปิด-ปิดเบรกเกอร์ในตู้ไฟทีละตัว และดูว่าป้ายชื่อวงจรตรงกับจุดที่ไฟดับจริง
ทดสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โครงการติดตั้งมาให้ เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องดูดควัน และแอร์
3. ระบบประปาและสุขาภิบาล
เปิดน้ำทุกจุด ดูแรงดันและสีน้ำ ปล่อยน้ำทิ้งดูการระบายว่าไหลเร็วและไม่มีกลิ่นย้อน
ราดน้ำที่พื้นห้องน้ำและระเบียง เช็คว่าน้ำไหลลงท่อระบาย ไม่ขังเป็นแอ่ง
ดูใต้อ่างล้างหน้าและซิงก์ว่ามีรอยรั่วซึมหรือไม่ ตรวจชักโครกว่ากดแล้วน้ำหยุดสนิท
4. การรั่วซึมและความชื้น
ดูคราบน้ำหรือคราบเชื้อราที่ฝ้า มุมผนัง และรอบวงกบหน้าต่าง ถ้าเจอแปลว่ามีน้ำรั่วซึมเข้ามา
ถ้าตรวจหลังฝนตกจะเห็นรอยรั่วได้ชัดกว่า โดยเฉพาะห้องริมและระเบียง
5. ประตู หน้าต่าง และงานเก็บรายละเอียด
เปิด-ปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน ต้องปิดได้สนิท ล็อกได้ ไม่ฝืด และบานเลื่อนไม่ตกราง
ดูว่าซิลิโคนรอบขอบหน้าต่างเต็มไม่มีช่อง แล้วลองมือจับ กลอน และกุญแจทุกตัว
ตรวจครบแล้ว ให้ถ่ายรูปทุกจุดที่ต้องแก้ ทำเป็นรายการส่งให้โครงการ แล้วนัดวันตรวจซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจรับคอนโดใช้เวลานานไหม?
ห้องสตูดิโอถึง 1 ห้องนอนมักใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นกับขนาดห้องและจำนวนจุดที่ต้องตรวจ
ต้องตรวจเองหรือจ้างทีม?
จุดพื้นฐานตรวจเองได้ แต่ทีมตรวจมีเครื่องมืออย่างกล้องถ่ายภาพความร้อน เครื่องวัดความชื้น และที่ทดสอบปลั๊ก ทำให้เห็นปัญหาที่มองด้วยตาไม่เห็น ดูข้อเปรียบเทียบได้ในบทความ ตรวจรับบ้านเองหรือจ้างทีมตรวจ เลือกแบบไหนดี
เจอจุดที่ต้องแก้ควรทำยังไง?
ถ่ายรูปและทำรายการให้ครบ ส่งให้โครงการแก้ก่อนเซ็นรับมอบ แล้วนัดตรวจซ้ำเพื่อยืนยันว่าแก้เรียบร้อยก่อนโอน